ปางสนเข็ม

   

ลักษณะพุทธรูป

     พระพุทธรูปปางนี้  อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ  พระหัตถ์ทั้งสองยกขึ้นเสมอพระอุระ  พระหัตถ์ซ้ายทำกิริยาจับเข็ม  พระหัตถ์ขวาทำกิริยาจับเส้นด้ายอยู่ในพระอาการสนเข็ม

ประวัติความเป็นมา

     สมัยหนึ่ง  พระบรมศาสดาเสด็จประทับอยู่  ณ  พระเวฬุวันมหาวิหาร  ใกล้พระนครราชคฤห์  แคว้นมคธ  ขณะนั้นจีวรของพระอนุรุทธเถระเจ้าเก่าคร่ำคร่า  ดังนั้น  พระอนุรุทธเถระเจ้าจึงเที่ยวแสวงหาผ้าบังสุกุลตามกองหยากเยื่อ  ที่บุคคลนำมาทิ้ง  ด้วยเป็นเศษผ้าหรือเป็นผ้าปฏิกูลบ้าง  ตามสุสานที่บุคคลห่อศพมาทิ้งไว้ตามราวไพร  หรือสุมทุมพุ่มไม้ที่บุคคลผู้มีศรัทธาน้ำมาทิ้งไว้ถวาย  ซึ่งนิยมเรียกกันว่า  “ผ้าป่า”  ในบัดนี้บ้างเพื่อเอาไปผสมกันให้พอทำจีวรในสมัยจีวรกาล  (คือเวลาทำจีวรตามพระพุทธบัญญัติที่เรียกว่าเวลาทอดกฐิน  คือวันแรมค่ำ  ๑  เดือน  ๑๑  ถึงกลางเดือน  ๑๒  รวมกำหนด  ๑  เดือน)  ตามนิสัยพระเถระเจ้า  ผู้นิยมใช้ผ้าบังสุกุลจีวรเป็นปกติ

       บังเอิญว่าในตอนนั้น  นางชาลินีเทพธิดา  ซึ่งอดีตชาติที่  ๓  ได้เคยเป็นภรรยาที่ดีของพระอนุรุทธเถระเห็นพระเถระกำลังเที่ยวหาผ้าอยู่จึงเอาผ้าอย่างดี  ๓  ผืนกว้าง  ๔  ศอก  ยาว  ๑๒  ศอก  มาเพื่อตั้งใจถวายพระเถระเจ้า  แต่พลันคิดได้ว่าหากถวายตรงๆดังคิดไว้พระเถระอาจไม่รับ  เราจะจัดถวายแบบผ้าบังสุกุล  ดังนี้แล้ว  ก็กำหนดดูทางที่พระเถระจะเดินผ่านมาแล้วเอาผ้าทั้ง  ๓  ผืนนั้นวางไว้ใกล้ทางเอาหยากเยื่อถมไว้ให้ปรากฏเหลือชายผ้าไว้หน่อยหนึ่งพอที่พระเถระเดินผ่านมาจะสังเกตเห็นได้  แล้วหลีกไป

       ครั้นพระอนุรุทธเถระ  เดินแสวงหาผ้าผ่านมาทางนั้นเห็นชายผ้าที่หยากเยื่อทับถมอยู่จึงได้ถือเอาโดยสำคัญว่าเป็นผ้าบังสุกุล  และเมื่อเห็นว่าผ้ามีจำนวนมากพอทำจีวรได้แล้วก็เดินทางกลับพระเวฬุวันมหาวิหาร  บอกให้เพื่อนสหธรรมิกทั้งหลายทราบว่า  ท่านจะทำจีวรขอให้พระสงฆ์มาร่วมกันช่วยจัดทำ

       เมื่อพระสงฆ์สาวกได้ทราบว่า  พระอนุรุทธเถระทำจีวรต่างก็มาพร้อมกัน  ตลอดพระมหาสาวก  เช่น  พระมหากัสสปะพระสารีบุตร  พระโมคคัลลานะและพระอานนท์  ผู้ชำนาญในการกะตัดจีวรเป็นพิเศษ  ก็ได้มาร่วมประชุมทำจีวรถวายพระอนุรุทธเถระอย่างน่าสรรเสริญ  ต่างรับแบ่งงานออกทำกันตามความสามารถทุกองค์  แม้พระพุทธองค์ก็ทรงพระเมตตาเสด็จมาประทับเป็นประธาน  ทั้งรับธุระสนเข็มให้  พระที่ช่วยเย็บผ้ารูปใดด้ายหมดก็ส่งเข็มถวาย  พระบรมศาสดาก็ทรงสนเข็มประทาน  เป็นที่เบิกบานใจแก่มวลพระสงฆ์ที่เข้ามาร่วมทำจีวรร่วมกันทั้งสิ้น

        อนึ่ง  ในการเลี้ยงดูพระสาวกที่มาร่วมทำจีวรครั้งนี้นั้นนอกจากพระโมคคัลลานเถระในฐานะเป็นพระผู้ใหญ่ควบคุมกิจการทั่วไปที่จะพึงสอดส่องดูแล  ให้ความสะดวกแก่พระสาวกทั้งหลายแล้ว  ยังมีนางชาลินีเทพธิดาเจ้าของผ้าบังสุกุลก็ได้ติดตามพระอนุรุทธเถระมาถึงวิหาร  ครั้นเห็นพระสงฆ์สาวกเป็นอันมาก  มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นประมุข  เสด็จมาประทับเป็นประทานในการทำจีวรถวายพระอนุรุทธเถระ  ก็มีความยินดีมากจึงได้จำแลงกายเป็นอุบาสิกาเข้าไปป่าวร้องในหมู่บ้านว่า  เวลานี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าพร้อมด้วยพระสงฆ์สาวกได้ประกอบพิธีทำจีวรถวายพระอนุรุทธเถระ  ควรที่เราทั้งหลายจะจัดข้าวยาคู  และของควรเคี้ยวควรฉันไปถวายพระสงฆ์ซึ่งมีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน  เพื่อเราทั้งหลายจะพึงเป็นผู้มีส่วนบุญในการนี้ด้วย  ต่อมาไม่นานผู้มีใจบุญใจกุศลก็ได้นำเอาอาหารอันประณีตมาถวายพระสงฆ์สาวก  อันมีพระพุทธเจ้าเป็นประมุขเป็นอันมาก  ตามคำชักชวนของนางชาลินีเทพธิดา  พระสงฆ์สาวกทั้งหลายต่างก็มีความสะดวกสบายด้วยอาหารทั่วถึงกันในวันนั้นเองผ้าจีวรอันประณีตมีค่ามากเกิดแต่ฝีมือของพระสงฆ์สาวกพร้อมกัน  กะ  ตัด  เย็บ  และย้อมด้วยน้ำฝาด  ซึ่งมีพระผู้มีพระภาคเจ้าเสด็จมาประทับเป็นประธานรับเป็นพนักงานสนเข็มให้  ก็สำเร็จเรียบร้อยด้วยดี  ตกเป็นสมบัติอันมีค่าของพระอนุรุทธเถระเจ้าสมประสงค์ทุกประการ

      พระพุทธจริยาตอนทรงมีพระเมตตากรุณา  ทรงสนเข็มให้เหล่าสาวกเย็บจีวรของพระอนุรุทธเถระนั้นเอง  เป็นเหตุให้สร้างพระพุทธรูปที่เรียกว่า  “ปางสนเข็ม”  ขึ้น

โครงการ KM หอพุทธศิลป์ © สงวนลิขสิทธ์โดยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตขอนแก่น
๓๐ หมู่ที่ ๑ บ้านโคกสี ถ.ขอนแก่น-น้ำพอง ต.โคกสี อ.เมือง จ.ขอนแก่น โทร.๐๔๓-๒๘๓๕๔๖-๗
เริ่ม ๑ กันยายน ๒๕๕๓ ปรับปรุงล่าสุด ๒๐ สิงหาคม ๒๕๕๘, ปรับปรุงโดย นายบูชิตร์ โมฆรัตน์